ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำคำลิ้นควาย อำเภอหนองแสง

ผวจ.อด.ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำคำลิ้นควาย อำเภอหนองแสง
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำคำลิ้นควาย หลังได้รับรายงาน พบรอยรั่วหลังอ่างบริเวณเดียวกัน 3 จุด สั่งชลประทาน อำเภอหนองแสง องค์การบริหารส่วนตำบลแสงสว่าง เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น หวั่นซ้ำรอยอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด ที่อำเภอนายูง
จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี ประมาณ 2 สัปดาห์ ทำปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำคำลิ้นควาย ซึ่งเป็นเขื่อนดินสูง 18 เมตร มีปริมาณน้ำจำนวนมาก และที่ท้ายอ่างฯ พบมีรูน้ำพุดจำนวน 3 จุด ในบริเวณเดียวกัน มีน้ำใสๆไหลตลอดเวลา ซึ่งชลประทานจังหวัดอุดรธานีได้รายการสถานการณ์ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี จะนั่งเป็นประธานการประชุมทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ วันนี้หลังประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ ป้องกัน แก้ไข เป็นการเร่งด่วน โดยมีนายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอหนองแสง นายชาญวิชญ์ แฮมเกตุ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุดรธานี นายฉัตรชัย ชลายนวัฒน์ ผู้อำนวยการกองการช่างองค์การบริหารส่วนตำบลแสงสว่าง นายทองม้วน ศรีปะโค ผู้ใหญ่บ้านทับไฮ นำตรวจสภาพอ่างฯ และรายงานสถานการณ์
“อ่างเก็บคำลิ้นควาย ” เป็นต้นน้ำของลำห้วยกองสี กรมชลประทานสร้างขึ้นปี พ.ศ.2528 มีสันทำนบดินกว้าง 6 เมตร สูง 18 เมตร ยาว 240 เมตร มีฝ่ายน้ำล้นด้านทิศเหนือ และประตูระบายน้ำแบบท่อด้านทิศใต้ มีความจุน้ำ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำท่า 4.1 ล้านลูกบาศก์เมตร ถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนตำบลแสงสว่าง เมื่อ 26 พฤษภาคม 2546 อ่างฯเคยเกิดรั่วซึมบริเวณทำนบดิน ด้านทิศเหนือใกล้กับฝ่ายน้ำล้น อบต.แสงสว่าง เคยทำการซ่อมไปแล้ว 1 ครั้ง
เมื่อ 21 กันยายนที่ผ่านมา หลังฝนตกหนักมาต่อเนื่อง มีน้ำไหลลงอ่างจนล้นฝาย อบต.ตรวจพบรอยรั่วในชุดเดิม มีปริมาณน้ำมากกว่าเดิม และมีจุดน้ำออกเพิ่มอีก 2 จุด ปริมาณการไหลราว 0.6 ลบม./วินาที โครงการชลประทานอุดรธานีรับแจ้ง เดินทางไปตรวจสอบมีคำสั่งให้ พร่องประมาณน้ำเก็บกักลง ด้วยการเปิดประตูระบายน้ำแบบท่อ 6 ลบม./วินาที และระบายน้ำออกจากอ่างด้วยกาลักน้ำ และเตรียมนำเครื่องสูบน้ำมาช่วย เพราะจากการระบายน้ำมา 2 วัน เมื่อคืนฝนตกน้ำกลับมามีระดับน้ำเท่าเดิม
นายชาญวิชญ์ แฮมเกตุ ผอ.โครงการชลประทานอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากรับรายงานจาก อบต.แสงสว่าง ก็เข้ามาตรวจสอบร่วมกัน พบว่ามีน้ำรั่วซึม น้ำไหลแรงน่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่เบาใจได้คือสีน้ำไม่ขุ่น ไม่มีตะกอนดินไหลออกมา อ่างฯแห่งนี้อยู่ที่สูง มีระดับน้ำสูงเต็มความจุของอ่างฯ ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพร่องน้ำออกจากอ่างฯ ให้พ้นระดับวิกฤติ เพื่อลดแรงดัน ปีที่แล้วรับรายงานเคยเกิดรอยรั่ว แต่ระดับน้ำไม่มากขนาดนี้ อบต.ซ่อมจนแล้วเสร็จ วันนี้อำเภอ ชลประทาน ท้องถิ่น ต้องชวยกันเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
“ หากการตรวจพบว่ารั่วจากฐานรากแนวชั้นหิน จากรอยแตกของหินแล้วรอดเขื่อนมา ตรงนี้สามารถเบาใจได้ เนื่องจากแกนโครงสร้างของเขื่อนยังไม่ได้รับแรงกระแทกจากแรงดันน้ำ น้ำที่ไหลออกมาอยู่ที่ 0.6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เราระบายน้ำออก 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อวานนี้ลดระดับน้ำได้ถึง 20 ซม. แต่เมื่อคืนฝนได้ตกลงมาระดับน้ำสูงขึ้นมาอีก จึงใช้ระบบกาลักน้ำมาเสริม และสูบน้ำออกทางฝายน้ำล้นฝั่งซ้าย และเปิดประตูระบายน้ำออกฝั่งขาว แล้วรอประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ว่าจะใช้วิธีการไหนซ่อมดีที่สุด ”
นายฉัตรชัย ชลายนวัฒน์ ผอ.กองการช่าง อบต.แสงสว่าง เปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้วที่มีการรั่วซึมตรงจุดที่พบปัจจุบัน แต่มีลักษณะน้ำผุดซึมออกมาเล็กน้อย สอบถามทางชลประทานก็พบว่าเป็นการรั่วซึมของเขื่อนดินตามปกติ จึงได้เข้ามาแก้ไขโดยการทำแนวทำนบปูนเสริมบนฝายน้ำล้นด้านขวา ปัญหาน้ำรั่วซึมจึงน้อยลง แต่ปีนี้ด้วยปริมาณน้ำที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน และ 2 สัปดาห์ก่อนมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลท่วมบ้านทับไฮ หมู่ 4 ตำบลแสงสว่าง และพบรอยรั่ว คาดเกิดจากปริมาณน้ำที่สูงขึ้นจึงส่งผลให้แรงดันน้ำมีมากขึ้น จนเกิดเป็นรูน้ำไหลอย่างที่เห็น
นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เช้าวันนี้รับรายงานตรวจพบ ว่ามีการรั่วซึมปริมาณค่อนข้างมาก แทบจะเรียกได้ว่าไหลเป็นลำธาร ชลประทานจังหวัดลงพื้นที่มาตรวจสอบแล้ว ได้กำหนดมาตรการระยะสั้น โดยจัดเวรยามเฝ้า 24.ชม.ระวังเหตุ ซักซ้อมการแจ้งเตือน วางระบบแจ้งเตือนประชาชน ที่อยู่ห่างออกไป 1-2 กม. มีบ้านเรือนอยู่ราว 200 หลัง ผ่านหอกระจายข่าว เปิดประตูระบายน้ำอย่างเต็มกำลังการระบาย และเสริมระบบกาลักน้ำในการรายน้ำ ด้วยท่อ PVC และจะนำเครื่องสูบน้ำสูบเร่งระบายอีกทาง เพื่อตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและตรวจสอบ ในขณะที่พื้นที่ นำโดย นายอำเภออำเภอกุมภวาปี จะได้หารือร่วมกันระหว่าท้องถิ่นและ ชลประทาน ในกรแก้ไขปัญหา
“ ก่อนมาดูสถานที่ยอมรับมีความกังวล และมีความเป็นห่วงมาก แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ได้เห็น ก็เบาใจอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากสีของน้ำที่รั่วซึมออกมาไม่มีสีขุ่น หมายความว่าการรั่วซึมไม่ได้ชะเอาคันดินด้านในออกมาด้วย ทั้งนี้หน่วยงานทุกฝ่ายก็จะได้ประเมิน และหาทางแก้ไขกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งชลประทาฯอุดรธานี รายงานเรื่องนี้ไปยังกรมชลประทานแล้ว ”
ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยอีกว่า การถ่ายโอนสาธารณสมบัติทั้งหลายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว การซ๋อมบำรุงเล็กๆน้อยๆ โดยท้องถิ่นสามารถทำได้ ก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องรอขออนุมัติจากส่วนกลาง แต่หากเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้น เช่นเรื่องของโครงสร้าง ท้องถิ่นอาจจะขาดงบประมาณ และบุคลากร จะต้องขอรับการสนับสนับผ่านจังหวัด แต่ก็จะไม่รวดเร็วทันที เพราะงบจังหวัดเองก็มีจำกัด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ 3 ปีก่อน อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด อำเภอนายูง ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นแล้ว เกิดการพังเสียหาย ท้องถิ่นไม่สามารถซ่อมแซมได้ ครั้งนั้นได้รับงบจากท่านรองนายก สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เราใช้เวลา 1 ปี จึงซ่อมแซมแล้วเสร็จ สามารถเปิดใช้งานได้ถึงปัจจุบัน
………………ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ