ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ วันคล้ายวันสวรรคต ร.4

อุดรธานี ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ วันคล้ายวันสวรรคต ร.4
จังหวัดอุดรธานี ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ประจำปีพุทธศักราช 2565
วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่หอประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช เบื้องหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์แห่งอาณาประชาราษฎร
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช (18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411) เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิมว่า “เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมติเทววงษ์พงษ์อิศรกษัตริย์” เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 43 และเป็นลำดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2394 ขณะมีพระชนมายุ 48 พรรษา ดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติเป็นเวลา 16 ปี 6 เดือน เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2411 รวมสิริพระชนมายุได้ 64 พรรษา ทรงมีพระราชโอรส – พระราชธิดา รวมทั้งสิ้น 84 พระองค์
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ที่อยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา คือ พระองค์โปรดให้มีพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ทรงโปรดให้จัดทำพระราชพิธีบรรจุดวงพระชะตาพระนคร ทรงโปรดให้สถาปนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ขึ้นเป็นครั้งแรก / เพื่อพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการเป็นบำเหน็จความดีความชอบ ทรงโปรดให้ตั้งโรงพิมพ์หลวงขึ้นในวัง เรียกว่า “โรงราชกิจจานุเบกษา” เพื่อเสนอข่าวราชการเป็นครั้งแรก สร้างโรงกษาปณ์ขึ้น ที่หน้าพระคลัง มหาสมบัติในพระบรมมหาราชวัง เพื่อผลิตเหรียญเงินราคาต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ซื้อขายแลกเปลี่ยน แทนเงินอย่างเก่า คือพดด้วง ทรงพระราชทานนามว่า “โรงกษาปณ์สิทธิการ” และทรงโปรดให้ตัดถนน และขุดคลองให้เป็นทางสัญจรอย่างใหม่ เช่น การสร้างถนนเจริญกรุงเป็นสายแรก ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร และถนนสีลม ส่วนคลองได้แก่ คลองผดุงกรุงเกษม คลองหัวลำโพง คลองมหาสวัสดิ์ และคลองดำเนินสะดวก เป็นต้น
ในด้านวรรณคดี พระองค์ ทรงริเริ่มให้มีการค้นคว้าศิลาจารึกในประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก คือจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหง และจารึกหลักที่ 4 ของพระยาลิไทย ด้านพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง เมื่อพุทธศักราช 2372 ทรงตั้งธรรมยุตติกาวงศ์ขึ้นเป็นนิกายใหม่ในพระพุทธศาสนา วัดประจำรัชกาล คือ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ในรัชสมัยของพระองค์ ได้มีความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง ทรงนำนโยบาย “ผ่อนสั้น ผ่อนยาว” มาใช้กับประเทศมหาอำนาจ อันทำให้ประเทศไทยสามารถดำรงเอกราชอยู่ได้จนทุกวันนี้ ทรงเป็นนักดาราศาสตร์ไทยผู้ยิ่งใหญ่ ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ได้อย่างแม่นยำ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พุทธศักราช 2411 องค์การยูเนสโกได้ยกย่องพระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก ที่มีพระอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ ปวงชนชาวไทยพร้อมกันถวายพระราชสมัญญานาม “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
……………………. ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ