ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ

วันที่ (24 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 10.20 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ และความก้าวหน้าโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนภูพานวิทยา ตำบลขอนยูง อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ และความก้าวหน้าโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การบริหารจัดงานน้ำในพื้นที่ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ถือเป็น 1 ใน 3 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สทนช. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ ประสานแผนการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานให้ดำเนินการตาม 10 มาตรการ รองรับฤดูแล้ง ปี 2565/66 อย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้จังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนให้ทันสถานการณ์ พร้อมเน้นย้ำให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพลเอก ประวิตร มุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอกุดจับ พ้นวิกฤตขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง พร้อมมุ่งสร้างความมั่นคงทางการเกษตรและปศุสัตว์ ให้เกษตรกรมีน้ำเพาะปลูกพืชในฤดูแล้ง และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในลำน้ำห้วยเชียง สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนจากการเป็นแหล่งประมง ส่งเสริมอาชีพให้แก่คนในชุมชนได้ด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งรัดการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเชียง (ตอนบน) จจังหวัดอุดรธานี ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อยกระดับความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่
ดร.สุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ จ.อุดรธานี มีแผนงาน/โครงการด้านทรัพยากรน้ำ ปี 66 รวม 33 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 14 อำเภอ พื้นที่รับประโยชน์ 4,800 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 6,955 ครัวเรือน และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 3.38 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเชียง (ตอนบน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการประตูระบายน้ำห้วยน้ำฆ้อง ระยะที่ 1 เป็นต้น
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีถือเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย มีพื้นที่ 11,730 ตารางกิโลเมตร เป็นอันดับ 4 ของภาค และอันดับ 11 ของประเทศ แบ่งการปกครองเป็น 20 อำเภอ ประชากร 1,578,983 คน ผลผลิตทางการเกษตรมีข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ผัก และผลไม้ มีแหล่งน้ำ 294 แห่ง (อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง ขนาดกลาง 20 แห่ง ขนาดเล็ก 156 แห่ง) ฝายคอนกรีต 116 แห่ง มีปริมาณน้ำที่เก็บเฉลี่ยทั้งปี รวม 354.30 ล้านลูกบาศก์เมตร อำเภอเมืองอุดรธานีมีอ่างเก็บน้ำและมีปริมาณน้ำเฉลี่ยนทั้งปีมากที่สุด 153.52 ล้านลูกบาศก์เมตร และอำเภอกุดจับน้อยที่สุด 0.1 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ลุ่มน้ำ 11 แห่ง ลุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดคือลุ่มน้ำห้วยหลวง มีความต้องการใช้น้ำ 1625.34 ล้าน ลบม.มีพื้นที่ชลประทานรวม 248,791 ไร่ พื้นที่ได้รับประโยชน์ 143,901 ไร่ 55,586 ครัวเรือน
สถานการณ์ช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาจังหวัดอุดรธานี ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภค และการเกษตรทั่วพื้นที่ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ดินร่วมปนทรายและดินลูกรัง ชั้นล่างเป็นดินดานไม่อุ้มน้ำ บางแห่งมีปัญหาดินเค็ม ไม่เหมาะกับการนำน้ำมาใช้ประโยชน์ อีกทั้งมีปริมาณน้ำฝนน้อย แหล่งเก็บน้ำไม่เพียงพอ หน่วยงานต่างๆ จึงบูรณาการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเคร่งครัดในการบริหารจัดการน้ำ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน จึงได้มีแผนโครงการที่จะพัฒนา เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร อุปโภค และบริโภค เช่นโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ 5 สถานี ฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 1 แห่ง อ่างเก็บน้ำห้วยเชียง (ตอนบน) ซึ่งเป็นแผนพัฒนา 3 ปี (2566-2568) และแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง เป็นแผนพัฒนา 9 ปี หากดำเนินการตามแผนดังกล่าว จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ถึง 323,245 ไร่


พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ติดตามสถานการณ์น้ำ และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเชียง (ตอนบน) โดยมุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอกุดจับ พ้นวิกฤตการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งนี้ พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางการเกษตร ให้มีน้ำเพาะปลูก ให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร แหล่งประมง ส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชน จึงขอมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบ อาทิ กรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน แผนงาน โครงการ การจัดการน้ำทุกมิติให้เป็นไปในทางเดียวกัน รวมทั้งบูรณาการหน่วยงาน ตามมาตรการวิกฤตการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งนี้ เพื่อให้มีน้ำใช้สะดวกสบายตลอดไป ส่วนกรมชลประทานให้เร่งรัดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเชียงตอนบน ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อยกระดับความมั่นคงในการจัดการน้ำในพื้นที่ รัฐบาลมีความตั้งใจ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาทุกด้าน โดยเฉพาะด้านน้ำ เพราะน้ำมีความสำคัญ มีกินมีใช้ตลอดไป เป็นรากฐานความมั่นคง ทำให้อยู่ดีกินดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความผาสุก จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อการพัฒนาไปพร้อมๆกับรัฐบาล
“อ่างเก็บน้ำห้วยเชียง ต้องเสร็จตามแผน ฝากกรมชลประทานให้ช่วยดูแล เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำอย่างสะดวกสบาย และให้จังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันสถานการณ์ รวมทั้งประชาสัมพันธ์การรับรู้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำ เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นของประชาชน ในการอุปโภค บริโภค การเกษตร ปศุสัตว์ การอุตสาหกรรมต่างๆ”