ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน”

วันที่(29 สิงหาคม 2566) เวลา 10.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ณ หอประชุมโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านกุดค้า ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายธีรเดช ฉันทะ ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน เขตตรวจราชการที่ 10 นายการิน จิณณฉัตร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี นายกำธร วิเชฎฐพงศ์ นายอำเภอทุ่งฝน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนเข้าร่วม

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมที่ดินได้จัดทำโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” โดยได้ดำเนินการเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครพนม-สกลนคร-มุกดาหาร-บึงกาฬ-อุดรธานี-หนองคาย ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 อีกทั้งเป็นการสนับสนุน นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดนครพนม-สกลนคร-มุกดาหาร-บึงกาฬ-อุดรธานี-หนองคาย เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตามโครงการดังกล่าว มีเป้าหมาย จำนวน 6,388 แปลง ลงพื้นที่
ดำเนินการในท้องที่ 6 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดนครพนม จำนวน 3 สายสำรวจ
จังหวัดสกลนคร จำนวน 2 สายสำรวจ
จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 1 สายสำรวจ
จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 1 สายสำรวจ
จังหวัดอุดรธานี จำนวน 2 สายสำรวจ
และจังหวัดหนองคาย จำนวน 2 สายสำรวจ รวมทั้งสิ้น 11 สายสำรวจ โดยเข้าดำเนินการกระจายไปในแต่ละพื้นที่เป้าหมาย
โฉนดที่ดินที่จะมอบในวันนี้ เป็นโฉนดที่ดินที่ได้ดำเนินการในท้องที่ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี จำนวน 200 แปลง ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่ราษฎรนำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน โดยอาศัยที่ดินที่ไม่มีหลักฐาน บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นที่รกร้างว่างเปล่าและที่หัวไร่ปลายนา ตั้งอยู่นอกเขตที่ดินของรัฐทุกประเภท และไม่เป็นที่หลวงหวงห้ามหรือที่สาธารณประโยชน์แต่อย่างใด พื้นที่ส่วนใหญ่ราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ที่นา ปลูกข้าว ที่ไร่ ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังและปลูกยางพารา มาเป็นเวลากว่า 50 ปี มีเนื้อที่โดยประมาณ 867 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ จำนวน 86,720,000 บาท