
วันที่ (29 มกราคม 2567) เวลา 07.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีเนื่องในโอกาสวันที่ระลึกการเปิดศาลหลักเมือง ปีที่ 25 ณ ศาลหลักเมืองอุดรธานี โดยมี นางนงรัตน์ คงเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายณัฐพงษ์ วงศ์คำปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พลตำรวจตรี สรรธาน อินทรจักร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ว่าที่ร้อยตรี รักชัย เลิศสุบิน ปลัดจังหวัดอุดรธานี นายวิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ ประธานมูลนิธิเพื่อทนุบำรุงศาลเมืองอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วมพิธี
ตั้งแต่ดั้งเดิมจังหวัดอุดรธานี มีศาลหลักเมืองสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 เป็นอาคารไม้ทรงอาคารจีน ตัวเสาหลักเมือง ยาว 5 เมตร ฝังอยู่ในดิน 3 เมตร และโผล่ขึ้นมา 2 เมตร เมื่อปี พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ซึ่งถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองสิริราชสมบัติ เป็นระยะเวลายาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ประชาชน จึงร่วมกันคิดและตัดสินใจที่จะสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีที่ชาวอุดรธานีที่มีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ ในโอกาสทรงครองราชย์ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์องค์อื่น ๆ จึงได้ทำหนังสือขอพระราชทานกราบบังคมทูลขอรื้อถอนศาลหลักเมืองเดิมและขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างใหม่ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
ตามที่ขอพระราชทาน และได้รับความอนุเคราะห์จาก ศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติเป็นผู้ออกแบบเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ผสมผสานศิลป์อีสานโดยไม่คิดผลต่าง และพระครูวามเทพมุณี พราหมณ์หลวงเป็นที่ปรึกษาฝ่ายพิธีกรรมต่าง ๆ หลังจากได้รับพระบรมราชานุญาต ให้สร้างศาลหลักเมือง จังหวัดอุดรธานีได้แต่งตั้งคณะทำงานค้านต่าง ๆ และดำเนินการที่สำคัญ คือ การบวงสรวง พลีกรรม ตัดต้นคูณป่าที่เขาคีรีวงกต บ้านเพิ่ม อำเภอนายูง และแห่ไม้มงคลเข้าเมืองอุดร โดยหลักคิดให้ไม้มงคลเคลื่อนไปข้างหน้า จะไม่ถอยหลัง ผ่านวัด สำนักสงฆ์ใด คณะสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา ชาวบ้านอธิฐานจิต รดน้ำ สรงน้ำไม้มงคล แห่รอบเมือง แล้วนำมากลึงโดยช่างฝีมือ ที่หน้าศาลากลางจังหวัด เศษไม้จากการกลึง นำมามอบให้รองผู้ว่าเก็บไว้เป็นมวลสารสร้างท้าวเวสสุวรรณเป็นที่ระลึก สำหรับทุนทรัพย์ที่ใช้ในการก่อสร้าง เป็นเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน พ่อค้า คหบดี ร่วม 16 ล้านบาทเศษ โดยเสาหลักเก่ายาว 5 เมตร ได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐ์สถานเป็นหลักเมืองคู่กับหลักเมืองที่สร้างขึ้นใหม่

