นายกรัฐมนตรี และคณะประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนของจังหวัดอุดรธานี เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี

นายกรัฐมนตรี และคณะประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนของจังหวัดอุดรธานี เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานีและแผนเปิดเมือง “อุดร พลัส โมเดล” ที่ ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีรายงานสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี การเชื่อมโยงระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)
ขณะที่นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดอุดรธานี นำเสนอทิศทางการค้า การลงทุน และประโยชน์ที่ชาวอุดรธานีได้รับจากนโยบายของรัฐบาล
การเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงจากจีน-สปป.ลาวในวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น คาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 5-6 ล้านคนต่อปี จึงเป็นโอกาสทางการค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้มุ่งเป้าหมายทางการค้าสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม จีน และกัมพูชา ในการเตรียมการเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงจากจีน-สปป.ลาว ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในด้านการคมนาคม โลจิสติกส์ ให้ภาคการค้า การบริการ การท่องเที่ยว โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ และเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ณ จังหวัดหนองคาย ได้สร้างโอกาสทางการแข่งขันให้กับจังหวัดอุดรธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 1).การขยายผิวจราจรทางหลวงหมายเลข 2 อุดรธานี – หนองคาย ,2).การขยายผิวจราจรทางหลวงหมายเลข 216 ถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานีด้านทิศตะวันออก ,3).การขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ถนนสายแยกทางหลวง หมายเลข 2 – พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ (หลวงตามหาบัว) อ.เมือง จ.อุดรธานี ,4).เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่ ขอนแก่น – อุดรธานี, อุดรธานี – หนองคาย ,5).การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดอุดรธานี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการเติบโตของนักเดินทางและนักท่องเที่ยว และศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 3 ,6).Logistic Park ศูนย์กลางการค้าและการขนส่งของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและโครงการท่าเรือบก (Inland Container Depot) จังหวัดอุดรธานี และ ,7).พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ให้สอดรับกับการแข่งขันในเวทีสากล
ด้านผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เสนอให้จัดทำ 1.)โครงการสำรวจออกแบบและก่อสร้างทางรถไฟภายนอกโครงการบนพื้นที่ของการรถไฟฯถึงจุดเชื่อมต่อทางรถไฟเข้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมอุดรธานี ระยะทาง 2.802 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 76,370,000 บาท ในขณะที่การวางรางรถไฟในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ระยะทาง 1.1 กิโลเมตร บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานีจำกัด จะเป็นผู้ลงทุน โดยใช้งบประมาณ 36,238,000 บาท และ 2.) โครงการยกระดับความปลอดภัยบริเวณทางแยกเข้านิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี บนถนนหมายเลข 2 ที่ กม. 441 + 129 วงเงินงบประมาณ 50,000,000 บาท ดำเนินการโดย แขวงทางหลวงที่ 1 อุดรธานี
ทั้งนี้จังหวัดอุดรธานีมีศักยภาพทางการเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเดินทางที่เชื่อมต่อในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มประเทศ GMS คือ สปป.ลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ หากมีการเปิดพรมแดนในอนาคตจะส่งผลให้เศรษฐกิจของอุดรธานีกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
ในขณะที่นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี นำเสนอการเตรียมความพร้อมของจังหวัดอุดรธานีในการเป็นเจ้าภาพการจัดมหกรรมพืชสวนโลก 2026 ภายใต้แนวคิด Harmony of Life : วิถีชีวิต สายนํ้า และพืชพรรณ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวด้วยเทศกาลระดับนานาชาติ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิต ผ่านการวิจัยและต่อยอดสู่โมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG สร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งรับฟังมุมมองนักธุรกิจรุ่นใหม่ในการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี