
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดประกวด “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สืบสานแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา
วันที่ 17 ก.ย. 65 ที่ศูนย์ประชุม มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตถกรรมระดับภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะผู้บริหาร ข้าราชการเจ้าหน้าที่ กระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวต้อนรับ
นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ตามที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบลายผ้า “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก “ผ้าขิดลายสมเด็จ” อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย และเมื่อครั้งเสด็จทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรก ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย งานหัตถกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 ณ วัดธาตุประสิทธิ์ และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ได้พระราชทานผ้าลาย “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” แก่กลุ่มทอผ้าทั่วประเทศ ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเป็นการต่อยอด การพัฒนาผ้าลายพระราชทาน ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการส่งมอบแบบผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ให้กับกลุ่มทอผ้าใน 76 จังหวัด เพื่อนำไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด ไปสู่เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของประดับตกแต่ง ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะหัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน

กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน“ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ 1 ประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตถกรรม ระดับภาค, 2 บันทึกและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานผ้าและงานหัตถกรรม ที่ได้รับการคัดเลือก และ 3 ติดตามสนับสนุนผู้ประกอบการผ้าไทย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทย ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน เพื่อคัดเลือกผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตถกรรม จากพื้นที่ 4 ภูมิภาค ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จำนวน 150 ผืน/ชิ้น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรม แต่ละประเภท ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการอนุรักษ์และสืบสาน ภูมิปัญญาของคนไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไป เยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2498 ได้ทอดพระเนตรเห็นราษฎรนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่กันเป็นส่วนใหญ่ จึงได้มีพระราชดำริว่า ควรจะมีการนำภูมิปัญญาของราษฎร ที่ได้ทอผ้าไว้ใช้กันอยู่ มาพัฒนาเป็นอาชีพ ให้เกิดรายได้ แก่ราษฎร ซึ่งในเวลาต่อมาได้ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมในปีพุทธศักราช 2519 เพื่อทำการฝึกอาชีพเสริมให้กับราษฎร และยังทรงมีพระประสงค์ เพื่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทยให้คงอยู่สืบไป
อีกทั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการผ้าไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้มีพระดำริพระราชทานแก่วงการผ้าไทยว่า “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้ กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหาภาค ทรงพระราชทานผ้าลาย “ผ้าขิดลายนารีรัตน- ราชกัญญา” ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ณ วัดธาตุประสิทธิ์ และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม ตำบลนาหว้า อำเภอ นาหว้า จังหวัดนครพนม ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการสานต่อพระราชปณิธานแห่งสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสืบสาน ภูมิปัญญาและอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน อีกทั้ง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย โดยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ ดำเนินการรณรงค์เชิญชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวัน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ให้ดำรงคงอยู่ปรากฏเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยตลอดไป

กรมการพัฒนาชุมชน ได้มีการเปิดรับสมัครส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวด จำนวน 14 ประเภท เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน – 19 สิงหาคม 2565 ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ ในพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้สมัคร มีผู้สมัครส่งผ้าเข้าประกวด 2,836 ผืน และงานหัตถกรรม 283 ชิ้น แยกเป็น ภาคใต้ ประเภทผ้า 242 ผืน ประเภทงานหัตถกรรม 82 ชิ้น ,ภาคกลาง ประเภทผ้า 232 ผืน ประเภทงานหัตถกรรม 70 ชิ้น , ภาคเหนือ ประเภทผ้า 430 ผืน ประเภทงานหัตถกรรม 62 ชิ้น และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเภทผ้า 1,932 ผืน ประเภทงานหัตถกรรม 69 ชิ้น และกำหนดดำเนินการกิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตถกรรม ระดับภาค 4 จุด ใน 4 ภูมิภาค ซึ่ง จุดดำเนินการที่ 1 ภาคใต้ จังหวัดสงขลา ,จุดดำเนินการที่ 2 ภาคกลาง จังหวัดชัยนาท , จุดดำเนินการที่ 3 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งดำเนินการไปแล้ว และในวันนี้เป็นจุดที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินการที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อคัดเลือกผ้าที่เข้ารอบ 150 ผืน เข้าประกวดรอบคัดเลือกในวันที่ 26 กันยายน 2565 ณ ห้อง meeting Room 1 – 2 ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เพื่อประกวดในรอบ Semi Final และรอบตัดสินในระดับประเทศต่อไป
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นที่น่าดีใจอย่างยิ่งที่พี่น้อง OTOP และศูนย์ศิลปาชีพภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้พร้อมใจกันพัฒนาฝีมือการทอผ้าและส่งผ้าเข้าประกวดในรอบชิงชนะเลิศระดับภาค เพื่อคัดเลือกสุดยอดผ้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายที่กรมการพัฒนาชุมชนได้เชิญชวนให้พี่น้องOTOP และศูนย์ศิลปาชีพ นำเอาผ้าลายขิดนารีรัตน- ราชกัญญา ที่รังสรรค์เป็นชิ้นงานทั้งงานผ้าและหัตถกรรมเข้าประกวด ที่น่าดีใจยิ่งกว่านั้นคือปีนี้มีผู้สนใจส่งชิ้นงานเข้าประกวดมากว่าปีที่แล้วมา ทั้งๆที่ลายผ้าปีนี้ยากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งปีที่แล้วเป็นลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ส่วนปีนี้เป็นลายขิดนารีรัตนราชกัญญา ที่สำคัญในรอบชิงชนะเลิศที่จะจัดขึ้น จะเป็นการตัดสินที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะเสด็จมาเป็นองค์ประธานในการตัดสิน ปีที่แล้ว อีสาน (จังหวัดอุบลราชธานี )ได้รางวัลชนะเลิศ
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้เกิดปรากฏการ ที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องชาวผ้าทุกจังหวัดทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมีชิ้นงานที่ดี ถูกใจผู้บริโภค จนก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ สำคัญ มูลค่าการจำหน่ายผ้าทั้งประเทศสูงมากถึง 3-4 แสนล้านบาท ทั้งๆที่อยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอันเนื่องมาการการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งนับเป็นพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ที่พระองค์หญิงได้ทรงลงมาช่วย พัฒนา ต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เป็นสินค่า ให้เป็นแฟชั่น และผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการของทุกเพศทุกวัย สมดั่งโครงการพระราชทาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พวกเราภาคภูมิใจ ปลาบปลื้มใจ ที่ได้มีโvกาสสวมใส่ผ้าไทย โดยเฉพาะผ้าไทยที่เป็นลายพระราชทาน ทั้ง 2 ลาย คือลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี และลายขิดนารีรัตนราชกัญญา
